บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

ภาพรวมผลการประเมินทั้งเล่ม

รายงานการประเมินผลภายในของโครงการพัฒนาเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาวะทางจิตสำหรับประชาชน โดยกลไกชุมชน (สุขเป็น) ระยะที่ 2 หรือ โครงการ “สุขเป็น” นับเป็นโครงการส่งเสริมสุขภาพจิตที่มุ่งเน้นงานต้นน้ำคือการส่งเสริมป้องกันสุขภาพจิตของประชาชนทั่วไปที่ยังไม่เจ็บป่วย “สุขเป็น 2” มีกระบวนการดำเนินงานหลักคือ “สร้างคนในชุมชนที่เป็นแกนนำส่งเสริมสุขภาพจิต” โดยใช้สุขภาพจิตเชิงบวก PERMA และการออกแบบการเรียนรู้ผ่านกระบวนการที่เข้าใจง่ายและสอดคล้องกับบริบทชีวิตจริง เรียกว่า “หัวใจกระบวนการสุขเป็น” คือ “การสร้างบรรยากาศ ใช้ศาสตร์บ้าน ๆ คนทำงานต้องเปลี่ยนแปลง (Internalized change)” แกนนำส่งเสริมสุขภาพจิตภายใต้โครงการสุขเป็น (Change agents; CAs) นี้ จะได้รับซึ่งหนุนเสริมพัฒนาให้เป็น Cas ที่มีศักยภาพเป็นกลไกการขับเคลื่อนสุขภาพจิตเชิงบวกในชุมชน ทั้งนี้ เป้าหมายที่สำคัญของโครงการคือ “สุขเป็น” ไปเชื่อมต่อหรือฝังตัว (Plug-in) กับระบบการทำงานปกติ เกิดนโยบาย โครงสร้างงาน คนและงบประมาณ ที่นำแนวคิด “สุขเป็น” ไปบูรณาการร่วมกันกับภารกิจของหน่วยงานได้ ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่คาดหวัง คือ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์สุขภาพจิตที่ดีขึ้น เกิดการขับเคลื่อนสุขเป็นด้วยกลไกชุมชนผ่าน CAs ที่มีศักยภาพ และเพื่อให้แนวคิดสุขเป็นเชื่อมต่อฝังตัวเข้ากับระบบได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะว่งผลให้แนวคิดสุขเป็นได้ขยายผลไปยังผู้รับประโยชน์ครอบคลุมประชาชนจำนวนมากได้นั่นเอง

การประเมินผลภายในมีวัตถุประสงค์ 3 ข้อ ดังนี้

โดยสรุป ความสำเร็จของโครงการเกิดจากการผสมผสาน ทุนคน ทุนองค์กร ทุนเครือข่าย และทุนความรู้เข้ากับกระบวนการทำงานที่ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่

2. กระบวนการ (Process)

2.1 กระบวนการพัฒนาคน เป็นกระบวนการสร้าง Change Agents (CAs) ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากภายใน (Internalized Change) ผ่าน "หัวใจของกระบวนการสุขเป็น" คือชุดกิจกรรม 7+3+3+3 ที่ใช้แนวคิดสุขภาพจิตเชิงบวก (PERMA) ร่วมกับการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ (Experiential Learning) การสะท้อนคิด (Reflection) และกรอบความรอบรู้ด้านสุขภาพแบบ V-shape การพัฒนา CAs ไม่ได้มุ่งให้จดจำความรู้ แต่ให้เกิดการตระหนักรู้ ทดลองใช้ในชีวิตจริง แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสามารถถ่ายทอดต่อผู้อื่นได้ จนพัฒนาเป็นผู้นำการเรียนรู้ในชุมชน ภายหลังการสร้าง CAs โครงการยังสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่องผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการ การ Coaching และ Mentoring การเชื่อมโยงกับระบบงาน และเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับภูมิภาค ทำให้ CAs เติบโตจาก “ผู้เรียนรู้” ไปสู่ “ผู้ขับเคลื่อน” หรืออาจเป็น “ผู้สร้าง CAs รุ่นใหม่” ได้ เรียกว่าเป็น “CAs ที่ระเบิดพลังจากภายใน” พร้อมขับเคลื่อนกลไกลชุมชนต่อไป

2.2 กระบวนการพัฒนากลไกการขับเคลื่อนในพื้นที่ โครงการมุ่งพัฒนา Core Team และกลไกการทำงานของแต่ละพื้นที่ให้สามารถบูรณาการ “สุขเป็น” เข้ากับระบบงานเดิมขององค์กรและชุมชน ผ่านการประชุม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ Coaching และการตั้งวงสนทนา เพื่อร่วมวิเคราะห์บริบท ปัญหา โอกาส และออกแบบแนวทางการขับเคลื่อนที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ส่งผลให้แต่ละจังหวัดสามารถพัฒนารูปแบบการดำเนินงานที่แตกต่างกันตามบริบท นอกจากนี้ ยังมีการเสริมศักยภาพ Core Team ด้วยการเติมองค์ความรู้เชิงลึกด้าน PERMA การเชื่อมโยงกับระบบบริการ และการพัฒนาเครือข่ายระหว่างพื้นที่ ทำให้เกิดต้นแบบการขับเคลื่อนที่หลากหลายและสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันได้ การขับเคลื่อนจึงต้องอาศัย Core Team ที่เข้มแข็ง CAs ที่มีพลัง และออกแบบกลไกให้เหมาะสมกับบริบทของตนเอง

2.3 กระบวนการเรียนรู้เพื่อเชื่อมต่อและฝังตัวในระบบ (Plug-in) โครงการใช้การเรียนรู้ร่วมกันเป็นกลไกสำคัญในการขยายผล ผ่านการถอดบทเรียน เวทีวิชาการ และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เวทีวิชาการไม่ได้เป็นเพียงการถ่ายทอดองค์ความรู้ แต่ทำหน้าที่สร้างเครือข่าย เสริมพลัง แลกเปลี่ยนต้นแบบ และเชื่อมโยงทรัพยากรระหว่างพื้นที่ ทำให้ CAs และ Core Team มองเห็นแนวทางใหม่ในการขยายผล และเกิดความเชื่อมั่นในการดำเนินงานต่อแม้สิ้นสุดโครงการ จะเห็นได้ว่า โครงการมีทั้งกระบวนการพัฒนา “คน” และ “กลไก” เพื่อไปยึดโยงกับ “ระบบ” ในที่สุด

3. ผลผลิต ผลผลิตของโครงการสุขเป็นสะท้อนให้เห็นการพัฒนาที่สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่

3.1 กำลังคน โครงการสามารถพัฒนา Change Agents (CAs) ให้มีศักยภาพในการส่งเสริมสุขภาพจิตเชิงบวก ทั้งในบทบาทเพื่อนคู่คิด กระบวนกร และผู้นำการขับเคลื่อน รวมถึงเกิด "ทีมทำงานสุขเป็น" ในหลายพื้นที่ที่สามารถขยายผลได้ด้วยตนเอง และเกิด CAs ที่มีสรรถนะหลายระดับ ตั้งแต่ CAs ระดับที่เปลี่ยนแปลงภายในและจัดการอารมณ์ตนเอง ไปจนถึง CAs ระดับที่สามารถออกแบบการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย เป็นการสร้าง “กระบวนกรสุขเป็น” ในพื้นที่เอง

3.2 กลไกการขับเคลื่อน เกิดกลไกการขับเคลื่อนงานสุขเป็นในหลายภาคส่วน ทั้งระบบสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การศึกษา และภาคประชาชน โดยแต่ละพื้นที่สามารถประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของตนเอง โดยโครงการไม่ได้กำหนดว่า กลไกการขับเคลื่อนต้องเป็นในรูปแบบใด จึงทำให้เกิดความยืดหยุ่นและปรับเข้ากับบริบทในพื้นที่ได้จริง

3.3 การเชื่อมต่อกับระบบ แนวคิดและเครื่องมือสุขเป็นสามารถเชื่อมโยง (Plug-in) เข้ากับงานประจำของหน่วยงานต่าง ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม ช่วยเสริมการทำงานเดิมโดยไม่เป็นการเพิ่มภาระให้กับคนทำงาน แต่ช่วยหนุนเสริมการทำงานเดิมให้ได้ผลดีขึ้น ซึ่งนับเป็นรากฐานของการขยายผลอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะระบบสาธารณสุข ระบบการศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ผลการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์รายบุคคล สะท้อนว่า กระบวนการพัฒนา Change Agents (CAs) ส่งผลให้ผู้เข้าร่วมเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านทัศนคติ การจัดการอารมณ์ การมองโลกเชิงบวก และการรับมือกับปัญหาในชีวิตประจำวัน สามารถนำทักษะสร้างสุขไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้จริง

ผลการประเมินเชิงปริมาณในระยะท้ายโครงการ พบว่า กลุ่ม CAs มีคะแนนทักษะสร้างสุขเฉลี่ย 2.35 คะแนน สูงกว่ากลุ่มประชาชนทั่วไป (2.15 คะแนน) และมีคะแนนสุขภาพจิตเชิงบวกตามแนวคิด PERMA เฉลี่ย 2.47 คะแนน สูงกว่ากลุ่มประชาชนทั่วไป (2.18 คะแนน) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) นอกจากนี้ กลุ่ม CAs มีสุขภาพจิตเชิงบวกระดับสูง และระดับความสุขสูงกว่าคนทั่วไป ร้อยละ 73.8 และ ร้อยละ 53.3 ตามลำดับ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าในกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีสุขภาพจิตเชิงบวกระดับสูง และระดับความสุขสูงกว่าคนทั่วไป ร้อยละ 54.2 และ 40.0 อย่างไรก็ตาม ประเด็นทักษะการรับมือและการเผชิญสถานการณ์ยังมีคะแนนเฉลี่ยยังต่ำกว่าข้ออื่น ๆ ในคนทั้งสองกลุ่ม

นอกจากนี้ ยังพบผลลัพธ์เชิงประจักษ์ในหลายพื้นที่จนเห็นผลลัพธ์เกินกว่าที่โครงการคาดหวังในระบบบริการสุขภาพในหลายพื้นที่ ทั้งงานสุขภาพจิต งานปฐมภูมิ และการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ส่งผลให้เกิดผลลัพธ์เชิงประจักษ์ต่อการดูแลประชาชนในหลายมิติที่สำคัญคือ

- การป้องกันการฆ่าตัวตาย พื้นที่ตำบลโปงทุ่ง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาการฆ่าตัวตายสูง สามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายลงอย่างต่อเนื่อง จนไม่พบผู้เสียชีวิตติดต่อกันเป็นปีที่สาม ภายใต้กลไกการเฝ้าระวังและดูแลกันในชุมชน เชื่อมโยงระบบส่งต่อดูแลในระดับโรงพยาบาลชุมชน

- การดูแลผู้ป่วยจิตเวชในชุมชน พื้นที่อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง นำแนวคิดสุขเป็นมา

ประยุกต์ใช้ร่วมกับระบบบริการ ทำให้ผู้ป่วยให้ความร่วมมือในการรักษาและรับประทานยาต่อเนื่องมากขึ้น ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยจิตเวชที่มีอาการกำเริบจนต้องใช้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือตำรวจช่วยเหลือลดลงอย่างชัดเจน เหลือเพียงเดือนละ 0-3 ราย จากเดือนละ 15-17 ราย

- การดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (NCDs) หลายพื้นที่บูรณาการกิจกรรมสุขเป็นเข้ากับคลินิกโรคเรื้อรังและระบบปฐมภูมิ ช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการดูแลตนเอง ส่งผลให้ผู้ป่วยบางส่วนสามารถควบคุมโรคได้ดีขึ้น ลดการขาดยา ปรับลดขนาดยา และบางรายสามารถหยุดยาได้ภายใต้การดูแลของบุคลากรสาธารณสุข