1. บริบทของกลไกในพื้นที่และการเริ่มต้น (Context & Entry Point)
ในพื้นที่ จ.สงขลา นั้น โครงการสุขเป็นมีแผนการดำเนินงานที่จะผลักดันให้งานสร้างเสริมสุขภาพจิตเชิงบวกอยู่ในภารกิจปกติขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) แต่เนื่องจาก อบจ.สงขลาเป็นหน่วยงานขนาดใหญ่ ประกอบกับทีมโครงการมีต้นทุนการทำงานกับ รพ.สต.เกาะแต้ว ซึ่งปัจจุบันโอนย้ายจากสังกัดกระทรวงสาธารณสุขมาอยู่ภายใต้สังกัด อบจ.ทำให้โครงการเริ่มทำงานกับ รพ.สต.เกาะแต้ว โดยหวังการขยายผลจาก อบจ.จาก รพ.สต.เกาะแต้วไปสู่ รพ.สต.อื่นๆ ที่สังกัด อบจ.
รพ.สต.เกาะแต้ว ตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะแต้ว อำเภอเมืองสงขลา จ.สงขลา ปัจจุบัน ผู้อำนวยการ รพ.สต.คือ จรีรัตน์ กังพานิช พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ซึ่งจรีรัตน์เอง รู้จักกับมูลนิธิแพธทูเฮลท์ตั้งแต่ยังทำงานอยู่ที่ รพ.สต.สถานีอนามัยตำบลเขารูปช้างสาขา 2 (เขาแก้ว) โดยทำงานเรื่องการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นและการสื่อสารเชิงบวกในครอบครัวกับมูลนิธิแพธทูเฮลท์ที่สนับสนุนโดยเชฟรอน ประเทศไทย สำรวจและผลิต เมื่อปี 2559 และถือเป็นแกนนำสำคัญในการดำเนินงานในพื้นที่
เมื่อโครงการสุขเป็นเริ่มดำเนินการในระยะแรก (พ.ศ.2565-2567) พื้นที่สงขลาโดย รพ.สต.เกาะแต้วซึ่งยังดำเนินงานโครงการส่งเสริมสุขภาวะเด็กเยาวชนและครอบครัวภาคใต้ (โครงการคนใต้หยัดได้) ที่ได้รับการสนับสนุนจากเชฟรอน ประเทศไทย สำรวจและผลิตอยู่นั้น ได้ดำเนินงานสุขเป็นโดยเป็นพื้นที่คู่ขนาน และใช้ชื่อโครงการว่า คนใต้หยัดได้สุขเป็น และเมื่อโครงการสุขเป็นได้ดำเนินงานต่อเนื่องในระยะที่ 2 พื้นที่ จ.สงขลาจึงเปลี่ยนจากพื้นที่คู่ขยานมาเป็นพื้นที่ดำเนินการ มีการประสานการทำงานกับ อบจ.สงขลา แต่กลไกภายใน อบจ.ยังไม่เข้มแข็ง โครงการจึงดำเนินผ่าน รพ.สต.เกาะแต้ว เป็นหลัก
2. การสร้างกลไกหลักและการพัฒนา Change Agents (ทั้งด้าน content และ mobilization)
การดำเนินงานโครงการสุขเป็นผ่านกลไก รพ.สต.เกาะแต้ว มีจรีรัตน์ กังพานิช เป็นแกนนำสำคัญ (Change Agents) และสร้างแกนนำเพิ่มเติมโดยชักชวนเจ้าหน้าที่ รพ.สต.และ อสม. ซึ่งส่วนใหญ่จะผ่านการทำงานเรื่องการสื่อสารเชิงบวก แต่ยังไม่เข้าใจเรื่อง “สุขเป็น” ซึ่งจรีรัตน์และทีมได้เรียนรู้แนวคิดสุขเป็นครั้งแรกจากเวทีแลกเปลี่ยนใน 4 จังหวัดภาคใต้ที่มีการดำเนินงานโครงการคนใต้หยัดได้สุขเป็น จากนั้นเจ้าหน้าที่โครงการได้มาพัฒนาแกนนำด้วยหลักสูตร 7-3-3-3 ซึ่งตอนนั้น คนทำงานไม่รู้ว่าคืออะไร แต่รู้ว่าเจ้าหน้าที่โครงการเข้ามาประชุมด้วยบ่อย นอกจากนี้ แกนนำในพื้นที่ยังได้รับการพัฒนาทักษะการฟังด้วยหัวใจ และการสื่อสารเชิงบวก
ด้านการขับเคลื่อน จรีรัตน์ได้ประสานให้ทีมโครงการสุขเป็นรู้จักกับหน่วยงานต่างๆ เช่น โรงเรียนผู้สูงอายุ มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา รพ.คลองหอยโข่ง เพื่อขยายงานสุขเป็นให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย สำหรับกลไกภายใน รพ.สต.เกาะแต้ว ได้พัฒนาแกนนำคือ เจ้าหน้าที่ใน รพ.สต.และ อสม.ให้เข้ามาเรียนรู้แนวคิด กระบวนการ และเครื่องมือของสุขเป็น และนำกิจกรรมของสุขเป็นไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ ของ รพ.สต. โดยมักนำไปใช้เพื่อสร้างบรรยากาศเชิงบวกก่อนที่จะดำเนินกิจกรรมหลัก เช่น ใช้กิจกรรม Self care ในงานแพทย์แผนไทย ใช้กิจกรรม Mind Monster ก่อนเริ่มสอนนักศึกษาพยาบาล ใช้เกมเศรษฐีสุขเป็น ทำกิจกรรมกับนักเรียน เป็นต้น
แกนนำสำคัญอีกคนที่ดำเนินงานอย่างเข้มแข็งควบคู่กับจรีรัตน์คือ จุฑามาศ ฤทธาภัย (ปัจจุบันเป็น ผอ.รพ.สต.บ้านปากบางภูมี อ.ควนเนียง จ.สงขลา) โดยทั้งคู่มักเป็นผู้นำกิจกรรมร่วมกัน หรือเป็นผู้นำทีม อสม.ทำกิจกรรม และได้เป็นผู้สอนในรายวิชาเกี่ยวกับสุขภาพใจให้กับสมาชิกโรงเรียนผู้สูงอายุ จนทางโรงเรียนสนใจและบรรจุให้สุขเป็นเป็นหนึ่งในรายวิชาที่ผู้สูงอายุต้องเรียน
นอกจากนี้ จรีรัตน์ ยังได้ขยายงานสุขเป็นไปยังสถานประกอบการ โดยการจัดอบรมให้กับพนักงานในสถานประกอบการ ซึ่งดำเนินการปีละครั้ง ในส่วนของงานที่เกี่ยวข้องกับ อบจ.สงขลา จรีรัตน์ได้พัฒนาโครงการ “เกาะแต้วชวนเดิน เพลิดเพลินสุขภาพดี” โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก อบจ.จัดกิจกรรมเดินให้กับคนในชุมชน ซึ่งในกิจกรรมจะมีการชวนผู้เข้าร่วมเดินทำกิจกรรมของสุขเป็นด้วย โครงการนี้ เริ่มต้นจากไม่มีงบประมาณและอาศัยการบริจาคของเจ้าหน้าที่ รพ.สต.และ อสม.ต่อมาเมื่อกิจกรรมได้รับความสนใจจากคนในชุมชนมากขึ้น ทาง อบจ.จึงสนับสนุนงบประมาณต่อเนื่อง
กล่าวได้ว่า การขับเคลื่อนงานสุขเป็นในพื้นที่ ต.เกาะแต้ว อ.เมือง จ.สงขลา ดำเนินการโดย จรีรัตน์ เป็นหลักโดยอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัวกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อใช้ขยายผลงานสุขเป็น ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของจรีรัตน์เนื่องจากทำงานในพื้นที่มานานและเป็นที่ชื่นชมของคนในพื้นที่เรื่องการทำงานที่ทุ่มเทและจริงจัง
3. การบูรณาการเข้ากับงานหรือระบบ
เนื่องจากการขยายผลในพื้นที่ ดำเนินการโดยตัวบุคคล คือ จรีรัตน์ เป็นหลัก การบูรณาการงานสุขเป็นจึงไม่ได้มุ่งเข้า plug in กับระบบของ อบจ.สงขลา แต่สามารถขยายไปได้หลายหน่วยงานผ่านการทำงานของจรีรัตน์ ที่รู้จักคุ้นเคยกับคนทำงานในหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่เยาวชนจนถึงผู้สูงอายุสูง ดังนี้
กลุ่มเด็ก - ขยายงานสุขเป็นโดยการนำกิจกรรมสุขเป็นไปจัดให้กับโรงเรียนสังกัด อบจ.2 แห่ง โดยพัฒนาครูแกนนำ และทีมของจรีรัตน์ก็ได้นำกิจกรรมไปจัดให้นักเรียนด้วย
กลุ่มเยาวชน – ได้ทำงานร่วมกับกลุ่มเยาวชน “ตะลึงตึ่งโป๊ะ” และคณะสาธารณสุขศาสตร์ มรภ.สงขลา พัฒนาแกนนำนักศึกษาทุกชั้นปี
กลุ่มคนทำงาน – นำกิจกรรมสุขเป็นเข้าไปจัดให้กับคนทำงานในสถานประกอบการ และจัดกิจกรรม “เกาะแต้วชวนเดินเพลิดเพลินสุขภาพดี”
กลุ่มผู้สูงอายุ – นำกิจกรรมสุขเป็นบรรจุในหลักสูตรของโรงเรียนผู้สูงอายุ
นอกจากนี้ ในเชิงงานตั้งรับ จรีรัตน์ได้ส่งเสริมให้ อสม.ที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพเรื่องการฟัง พัฒนาตัวเองเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกคนสามารถเข้ามาพูดคุย ปรึกษา ความเครียด ความทุกข์ใจ ภายใต้ชื่อ “สถานีอุ่นใจ by พี่ต๊อก” ซึ่งใช้บ้านพี่ต๊อก เป็นที่ดำเนินการ และได้จัดมุมพูดคุยปรึกษาที่ รพ.สต.สำหรับคนไข้ที่มาใช้บริการด้วย
แม้ว่า จะไม่ได้ plug in กับระบบของ อบจ.สงขลา แต่การได้แกนนำที่เข้มแข็งและเข้าใจงานและมีพื้นที่ดำเนินการเป็นของตัวเอง ก็สามารถขยายการทำงานของสุขเป็นไปได้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายเกือบทุกช่วงอายุ
4. ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานสุขเป็นในพื้นที่ ต.เกาะแต้ว แบ่งได้เป็นผลลัพธ์ที่เกิดกับแกนนำ และผลลัพธ์ที่เกิดจากการทำงานของแกนนำ ดังนี้
4.1 ผลลัพธ์ที่เกิดกับแกนนำ
ทัศนคติและมุมมองการใช้ชีวิตที่ยืดหยุ่นมากขึ้น จากเดิมที่เครียดกับงานก็ปล่อยวางได้ และมีเวลาให้กับตัวเองมากขึ้น มองโลกในแง่ดี ไม่ตัดสินใคร ที่สำคัญคือ รู้จักและเท่าทันอารมณ์ของตัวเองดีขึ้น ทำให้จัดการอารมณ์ได้ดีกว่าเมื่อก่อน
สัมพันธภาพในครอบครัวดีขึ้น ก่อนหน้าที่จะรู้จักสุขเป็นและได้พัฒนาทักษะการฟัง แกนนำหลายคนไม่ฟังลูกหรือคนในครอบครัว แต่เมื่อใจเย็นและฟังมากขึ้น ลูกก็กล้าคุยและเปิดใจ
4.2 ผลลัพธ์ที่เกิดจากการทำงานของแกนนำ
การสนับสนุนงบประมาณจาก อบจ.ในการจัดกิจกรรม “เกาะแต้วชวนเดินเพลิดเพลินสุขภาพดี” อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นงานสร้างการรับรู้เรื่องสร้างเสริมสุขภาพกายและใจให้คนในชุมชนทุกเดือน
การบรรจุกิจกรรมของสุขเป็นในหลักสูตรของโรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลตำบลเกาะแต้ว ทำให้ผู้สูงอายุทุกรุ่นได้เรียนรู้แนวคิดเกี่ยวกับสุขภาพใจและมีเครื่องมือ/ทักษะ ในการดูแลสุขภาพใจของตัวเอง
การเกิดแกนนำเยาวชนที่ทำงานเรื่องสุขภาพใจใน มรภ.สงขลา
การมีครูแกนนำที่สามารถทำงานเรื่องสุขภาพจิตกับนักเรียนในโรงเรียนสังกัด อบจ.2 แห่ง
5. ปัจจัยความสำเร็จและความท้าทาย
การขยายงานผ่านแกนนำหลักมากกว่าผ่านระบบอย่างกรณีของ จรีรัตน์ นั้น มีความน่าสนใจที่สามารถขยายแนวคิดและเครื่องมือไปได้หลากหลายกลุ่มเป้าหมาย โดยปัจจัยความสำเร็จส่วนใหญ่มากจากคุณลักษณะของจรีรัตน์ คือ
5.1 ความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงาน เมื่อลงมือทำแล้วไม่ทอดทิ้งให้คนในพื้นที่ทำงานลำพัง
5.2 ความเสียสละ โดยมักทำงานเกินเวลาอยู่เสมอ หากงานนั้นเป็นประโยชน์ต่อชุมชน จรีรัตน์จะไม่ลังเลที่จะใช้เวลาส่วนตัวเพื่อทำงานนั้น
5.3 อัธยาศัยไมตรีดี ซึ่งทำให้สัมพันธภาพระหว่างคนทำงานด้วยกันเป็นไปอย่างราบรื่น เมื่อจรีรัตน์ชวนพื้นที่ทำกิจกรรมต่างๆ มักไม่ค่อยถูกปฏิเสธ
5.4 ทักษะในการเป็นกระบวนกร ทำให้สามารถนำเครื่องมือสุขเป็นไปขยายในชุมชนได้โดยไม่ต้องรอให้เจ้าหน้าที่โครงการสุขเป็นไปทำกิจกรรมให้
ด้านความท้าทาย เนื่องจากเป็นการขยายการทำงานโดย “คน” ดังนั้น หากจรีรัตน์ ต้องย้ายไปทำงานพื้นที่อื่น ก็มีความเป็นไปได้ว่า การดำเนินงานสุขเป็นในพื้นที่จะทยอยหายไปด้วย โดยเฉพาะงานที่จรีรัตน์รับดำเนินการหลัก เช่น กิจกรรมเกาะแต้วชวนเดินฯ หรือการจัดอบรมในสถานประกอบการ แต่งานในโรงเรียนผู้สูงอายุและงานเยาวชนใน มรภ.สงขลา อาจจะยังคงอยู่เนื่องจากมีแกนนำดำเนินการในหน่วยงานนั้นๆ
6. บทเรียนสำหรับพื้นที่อื่น
การดำเนินงานสุขเป็นในพื้นที่ ต.เกาะแต้ว ผ่านการทำงานของ จรีรัตน์ ผอ.รพ.สต.เกาะแต้วนั้น อาจกล่าวได้ว่าได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานในระดับตำบลที่จรีรัตน์มีพื้นที่ทำงานอยู่ ซึ่งก็ต้องให้เครดิตการทำงานของแกนนำหลักอย่างจรีรัตน์ แต่ด้วยมุมมองส่วนตัวแล้ว จรีรัตน์กล่าวถึงบทเรียนในการทำงานสุขเป็น ดังนี้
6.1 การสร้างทีมยังคงเป็นเรื่องสำคัญ แต่ทีมที่จะสร้างจะต้องมีแนวคิดที่ไปด้วยกันได้ในการทำงาน เช่น กรณีของจรีรัตน์กับจุฑามาศที่มีแนวคิดการทำงานที่คล้ายกัน คือ เปิดใจและไม่มองว่างานใหม่ๆ ที่เข้ามาคือภาระ ก็จะทำให้มีทีมที่แข็งแกร่งในการทำงาน
6.2 หากยังไม่สามารถบูรณาการในระบบได้ การทำงานภายใต้บริบทของตัวเอง ทำในสิ่งที่ตัวเองมีขอบเขตอำนาจ แล้วค่อยๆ แสวงหาพันธมิตรจากหน่วยงานอื่นๆ เป็นอีกแนวทางที่จะขยายงานได้ครอบคลุม แม้ว่า การทำงานผ่าน “คน” ไม่ได้ผ่าน “กลไกระบบ” อาจจะพบปัญหาเรื่องการโอนย้ายบุคลากร แต่หากทีมมีบุคลากรที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะย้ายไปพื้นที่ไหน จะนำงานนี้ไปขยายต่อในพื้นที่ใหม่ด้วย
Key Persons ในการพัฒนากลไกการทำงานการสร้างเสริมสุขภาพจิตเชิงบวก ต.เกาะแต้ว อ.เมือง จ.สงขลา
จรีรัตน์ กังพานิช พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ผอ.รพ.สต.เกาะแต้ว ต.เกาะแต้ว อ.เมือง จ.สงขลา เป็นคนทำงานสาธารณสุขในพื้นที่ที่รู้จักคุ้นเคยกับมูลนิธิแพธทูเฮลท์มามากกว่า 10 ปี เริ่มจากการทำงานด้านการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นผ่านกระบวนการสื่อสารเชิงบวกในครอบครัวที่มูลนิธิแพธทูเฮลท์เข้าไปดำเนินงานในพื้นที่สงขลาภายใต้โครงการ “คนใต้หยัดได้” ซึ่งสนับสนุนโดยบริษัทเชฟรอน ประเทศไทย สำรวจและผลิต การร่วมงานกันยาวนานกว่า 10 ปี ทำให้จรีรัตน์เข้าใจกระบวนการทำงานของมูลนิธิฯ ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาชน จรีรัตน์เชื่อมั่นว่า โครงการต่างๆ ที่มูลนิธิแพธทูเฮลท์นำเข้ามาในพื้นที่ เป็นโครงการที่ดีที่มุ่งสร้างให้คนในชุมชนเข้มแข็ง ดังนั้น เมื่อถูกชวนให้มาเรียนรู้งาน “สุขเป็น” แม้จะไม่ค่อยเข้าใจว่าคืออะไร แต่ก็พร้อมที่จะเรียนรู้

ต่อมา เมื่อได้รับการพัฒนา เข้าเวิร์กชอปมากขึ้น ประกอบกับทีมเจ้าหน้าที่จากโครงการสุขเป็นลงมาทำงานในพื้นที่บ่อย ได้พูดคุยแลกเปลี่ยน ได้ลองเป็นผู้นำกิจกรรมร่วมกับเจ้าหน้าที่โครงการ ก็ทำให้เข้าใจสุขเป็นมากขึ้น
“ถ้าถึงตอนนี้ก็คิดว่า สุขเป็นคือการมองโลกง่ายๆ การมองเห็นคุณค่าในตัวเองไม่ตัดสินใคร รู้จักตัวเองทั้งแง่อารมณ์ ความรู้สึก และมุมคิด ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เราจัดการตัวเองได้ อยู่กับความ ไม่ได้ดั่งได้แบบไม่ทุกข์นัก”
ด้านการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ จรีรัตน์บอกว่า ความท้าทายคือการทำให้สุขเป็นบูรณาการได้กับระบบของ อบจ.ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะ อบจ.สงขลา เป็นหน่วยงานขนาดใหญ่ นอกจากมีคนทำงานจำนวนมากแล้ว ยังหลากหลายความคิด แม้ว่าปัจจุบัน โครงการสุขเป็นจะประสานกับกองสาธารณสุขเป็นหลัก แต่ในการทำงานพื้นที่ รพ.สต.เกาะแต้วคือหน่วยงานที่ดำเนินงานหลักและขยายให้ครอบคลุมตำบลเกาะแต้วและพื้นที่อื่นๆ โดยจรีรัตน์และแกนนำ อสม. และโดยธรรมชาติการทำงานของจรีรัตน์เองก็พอใจและสบายใจที่จะทำเต็มที่ภายใต้บริบทของตัวเอง ซึ่งก็สามารถขยายงานแนวระนาบครอบคลุมกลุ่มประชากรทั้งเด็ก เยาวชน วัยทำงาน และผู้สูงอายุ รวมถึงนอกเขตพื้นที่ตำบลเกาะแต้ว อย่าง รพ.คลองหอยโข่ง ต.คลองหอยโข่ง อ.คลองหอยโข่ง และ มรภ.สงขลา ต.เขารูปช้าง อ.เมือง โดยอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัวที่เคยรู้จักและเคยทำงานร่วมกัน
การขับเคลื่อนงานสุขเป็นที่จรีรัตน์ภาคภูมิใจ ยกให้เป็นไฮไลต์ของตัวเองคือ “สุขเป็นในหลักสูตรโรงเรียนผู้สูงอายุ” เพราะเป็นงานที่รับประกันได้ว่า สุขเป็นจะถูกดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเธอและทีมแกนนำอาจจะไม่ได้เข้าไปสอน
“ตอนนี้สุขเป็นเข้าไปอยู่ในหลักสูตรของโรงเรียนผู้สูงอายุแล้ว เท่ากับว่าผู้สูงอายุ ทุกคนจะได้เรียนแนวคิดและฝึกทักษะเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพจิตเชิงบวก เชื่อว่า อีกไม่นาน ผู้สุงอายุในตำบลเกาะแต้วทุกคนจะมีทักษะในการสร้างสุขให้กับตัวเอง”
ไม่เพียงแต่การขับเคลื่อนงานโครงการสุขเป็นเท่านั้น จรีรัตน์เล็งเห็นว่า ประเด็นสุขภาพจิตเป็นเรื่องสำคัญ เธอจึงร่วมกับทีมแกนนำสุขเป็นพัฒนาโครงการเพื่อขอรับงบประมาณจาก สสส.มาทำงานเรื่องสุขภาพจิตเพิ่มเติมในพื้นที่ (โครงการสุขเป็นไม่ได้สนับสนุนงบประมาณให้กับพื้นที่โดยตรง แต่สนับสนุนเชิงวิชาการและพัฒนาศักยภาพคนทำงาน) โดยจะนำแนวคิดและเครื่องมือจากโครงการสุขเป็นมาใช้กับโครงการใหม่ แม้ว่า งานที่เพิ่มขึ้นจะเบียดบังเวลาส่วนตัวและเวลาที่ต้องใช้กับครอบครัว แต่จรีรัตน์เห็นว่า สิ่งนี้คือความสุข และชุมชนได้ประโยชน์
“พี่ก็โชคดีที่ครอบครัวเข้าใจ เมื่อก่อนก็อาจจะมีถามบ้าง แต่พอเขามาเห็นเราทำงานแบบนี้ เขาก็โอเค เราเองก็พยายามจัดสรรเวลาให้สมดุล เพราะเราได้เรียนรู้ เรื่องชีวิตที่มีความสุข 3 แบบ มาแล้ว พี่ชอบมาก เราจะมีแต่ชีวิตที่มีความหมายไม่ได้ เราก็ต้องมีชีวิตที่รื่นรมย์ด้วย”
ปัจจุบัน จรีรัตน์ ยังคงมุ่งมั่นทำงานเรื่องการสร้างสริมสุขภาพจิตในพื้นที่ชุมชนเกาะแต้วต่อไปโดยจะขยายความร่วมมือกับองค์กร/หน่วยงานอื่นๆ เพิ่มขึ้น ตามบริบทที่ตัวเองสามารถทำได้ และจะพัฒนาตัวเองและทีมให้มีความลุ่มลึกในงานจิตวิทยามากขึ้นเพื่อที่จะได้นำกิจกรรมไปใช้ได้อย่างตรงวัตถุประสงค์