โครงการพัฒนาเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาวะทางจิตโดยกลไกชุมชน (โครงการสุขเป็น) : กรณีศึกษา 15 พื้นที่
วรานุช ชินวรโสภาค
ธิติพร ดนตรีพงษ์
กรกฎาคม 2569
บทนำ
จากคนธรรมดา สู่ “พลเมืองสุขเป็น”
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา “สุขภาพจิต” ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นส่วนบุคคลอีกต่อไป หากแต่เป็นเรื่องของ “ความมั่นคงของสังคม” สถานการณ์สุขภาพจิตของคนไทยในปัจจุบันสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของสังคมที่ลึกซึ้งและซับซ้อนกว่าที่ผ่านมาอย่างมาก ทั้งจากวิถีชีวิตที่เร่งรัด การเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ความเหลื่อมล้ำทางสังคม ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนและความไม่แน่นอนของอนาคต เหล่านี้ล้วนส่งผลให้ผู้คนจำนวนมากเผชิญกับภาวะความเครียด ความวิตกกังวล ความโดดเดี่ยว ความเปราะบางในครอบครัวและในความสัมพันธ์ รวมถึงความรู้สึกไร้คุณค่าในตนเอง โดยไม่มีเส้นแบ่งระหว่างเมืองกับชนบท ระหว่างวัย ระหว่างเพศ หรือฐานะทางเศรษฐกิจ ซึ่งหากขาดระบบการดูแลและกลไกการรองรับอย่างเหมาะสม ย่อมส่งผลกระทบในวงกว้างต่อครอบครัว ชุมชน และสังคมโดยรวม
ในบริบทเช่นนี้ การสร้างเสริมสุขภาวะทางจิตจำเป็นต้องขยับจาก “ระบบบริการรักษา” ไปสู่ “ระบบการสร้างเสริมและป้องกัน” ที่มีฐานอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน โดยเน้นการบ่มเพาะความเข้าใจ การตระหนักรู้ และทักษะการดูแลใจให้กับบุคคล ครอบครัว และชุมชน เพื่อให้สามารถรู้เท่าทันอารมณ์ของตนเอง ยืดหยุ่น ปรับตัว และฟื้นคืนพลังใจจากสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง
คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า เราจะรักษาผู้ที่มีปัญหาทางจิตได้อย่างไร แต่คือ เราจะสามารถ 'สร้าง' พลังความเข้มแข็งจากภายใน (resilience) ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างทักษะในการดูแลจัดการทั้งกายและใจ การรับมือกับทุกข์สุขในชีวิต รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมทางสังคมที่เอื้อต่อความสุขและการมีชีวิตที่มีคุณค่าร่วมกันในระดับชุมชนได้อย่างไร
โครงการ “สุขเป็น” ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วม การเสริมพลัง และการสร้างศักยภาพของผู้คนในฐานะ "เจ้าของการเปลี่ยนแปลง" แนวคิดสำคัญคือการ “คืนพลังให้ประชาชน” เปิดพื้นที่ให้คนธรรมดาเปลี่ยนแปลงตนเอง และกลายเป็นพลังของชุมชนเพื่อร่วมสร้างสังคมที่มี “พลเมืองจิตดี” มากขึ้นในแต่ละพื้นที่ ดังจะเห็นได้จากปฏิบัติการหลักของโครงการคือการสร้าง Change Agents ในแนวทางสุขภาพจิตเชิงบวกให้มีความเข้าใจในสุขภาวะจิตของตนเอง สามารถดูแลคนรอบข้างอย่างเข้าใจ ‘ใจคน’ พร้อม ‘ฟัง’ อย่างแท้จริง และเป็นกลไกในการเชื่อมโยงกับหน่วยบริการภาครัฐ ท้องถิ่น โรงเรียน และองค์กรภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันสร้างนิเวศชุมชนที่เอื้อต่อสุขภาพจิต เช่น พื้นที่ปลอดภัยสำหรับการพูดคุย ความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวและชุมชน การสร้างวงสนทนาในครอบครัว การออกแบบกิจกรรมที่เสริมแรงบวกในชีวิตประจำวันและในกิจกรรมชุมชน
จากการสร้างการเรียนรู้ในพื้นที่...สู่การสร้างองค์ความรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ
แม้การพัฒนาศักยภาพคน Change Agents จะเป็นหัวใจสำคัญ แต่โจทย์ที่ท้าทายกว่าของโครงการ “สุขเป็น” คือทำอย่างไรให้เกิดการเชื่อมต่อกับระบบ เพื่อให้กลไกชุมชนสามารถดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพจิตต่อไปได้ด้วยตนเอง
คำถามนี้นำมาสู่การออกแบบโครงการ "สุขเป็น" ระยะที่ 2 ซึ่งเลือกพื้นที่การทำงานร่วมกับภาคีที่หลากหลาย ตั้งแต่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงพยาบาลชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พมจ. มหาวิทยาลัย เรือนจำ ศูนย์สุขภาพจิต องค์กรภาคประชาสังคม ในชุมชนเมือง และชุมชนชนบท โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการสร้างศักยภาพของผู้คนในกลไกนั้นๆ ให้สามารถเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในบริบทของตนเอง และค้นหาว่าการสร้างสุขภาวะจะเกิดขึ้นได้อย่างไรภายใต้เงื่อนไขที่แตกต่างกัน
ในโครงการ “สุขเป็น” Path2Health (P2H) ทำหน้าที่เป็น "ผู้ออกแบบกระบวนการเรียนรู้" และ "ผู้ประสานการเรียนรู้ระหว่างพื้นที่" มากกว่าการเป็นผู้ดำเนินกิจกรรมโดยตรง บทบาทหลักของทีมคือการสนับสนุนให้แต่ละพื้นที่สามารถออกแบบการดำเนินงานที่เหมาะสมกับบริบทของตนเอง เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านสุขภาพจิตเชิงบวกเข้ากับทุนเดิมของพื้นที่ และสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเครือข่าย ด้วยบทบาทดังกล่าว ทำให้โครงการได้บทเรียนจากต้นแบบที่หลากหลาย และทำให้แต่ละพื้นที่ได้เรียนรู้จากความแตกต่างเหล่านั้น
รายงานฉบับนี้จึงเป็นความพยายามในการนำเสนอบทเรียนของพื้นที่ทั้ง 15 แห่ง โดยฉายให้เห็นบริบท วิธีดำเนินงาน ความเปลี่ยนแปลง และบทเรียนเฉพาะของแต่ละพื้นที่ เพื่อสะท้อนว่า แม้จะใช้แนวคิดเดียวกัน แต่การเดินทางของการสร้างสุขภาวะแตกต่างไปตามทุนเดิมและเงื่อนไขของแต่ละแห่ง
การถอดบทเรียนจากประสบการณ์ของทั้ง 15 พื้นที่ เพื่อทำความเข้าใจว่า อะไรคือเงื่อนไขที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาวะ อะไรคืออุปสรรคที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงหยุดชะงัก และบทเรียนใดที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ต่อในการพัฒนาระบบสุขภาพจิตชุมชน การสังเคราะห์องค์ความรู้จากบทเรียนข้ามพื้นที่เพื่อค้นหารูปแบบร่วมของความสำเร็จ ข้อจำกัด และประเด็นเชิงยุทธศาสตร์เพื่อใช้เป็นข้อมูลผลักดันเชิงนโยบายและเป็นแนวทางพัฒนาการออกแบบระบบสนับสนุนสุขภาวะทางใจที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของชุมชนต่อไป
หากสุขภาวะทางใจคือเรื่องของทุกคน เราจะสร้างสังคมที่ทุกคนมีส่วนร่วมดูแลกันได้อย่างไร
“พลังความเข้มแข็งจากภายในในดูแลจัดการทั้งกายและใจให้รับมือกับทุกข์สุขในชีวิต” ไม่ใช่สิ่งสำเร็จรูปที่จะส่งมอบให้ใคร แต่จะทำอย่างไรให้แต่ละคนสามารถสร้างด้วยตนเองและร่วมกันขยายผลไปยังคนรอบข้าง
หน่วยงานภาครัฐ องค์กรท้องถิ่น และภาคประชาสังคม จะปรับบทบาทจาก “ผู้ให้บริการ” ไปสู่ “ผู้ร่วมสร้างนิเวศที่เอื้อต่อสุขภาวะ” ได้อย่างไร
บทเรียนที่ค้นพบ มิใช่สูตรสำเร็จของการสร้างสุขภาวะ หากคือความเข้าใจที่มากขึ้นว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนเริ่มต้นจากการเปลี่ยนคน แต่จะดำรงอยู่ได้ต่อเมื่อการเปลี่ยนแปลงนั้นได้รับการโอบอุ้มจากชุมชน องค์กร ระบบ โครงสร้าง และนโยบาย
สารบัญ
หน้า