บทที่ 4

ก้าวต่อไป: จากการสร้าง “คนสุขเป็น” สู่การสร้าง “ชุมชนสุขเป็น”

บทเรียนจากทั้ง 15 พื้นที่แสดงให้เห็นว่า โครงการสุขเป็นประสบความสำเร็จอย่างชัดเจนในการสร้าง "ทุนมนุษย์" (Human Capital) ผู้คนจำนวนมากได้เรียนรู้วิธีคิดใหม่ เกิดแกนนำ เกิดผู้นำการเปลี่ยนแปลง และเกิดเครือข่ายการเรียนรู้ในหลายบริบท อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จดังกล่าวนำมาสู่คำถามใหม่ที่สำคัญยิ่งกว่าเดิม เมื่อมี Change Agent จำนวนมากแล้ว จะทำอย่างไรให้การเปลี่ยนแปลงไม่หยุดอยู่ที่ตัวบุคคล ดังนั้น เป้าหมายของสุขเป็นในระยะต่อไป จึงไม่ควรจำกัดที่การขยายผลไปยังพื้นที่ใหม่ แต่ คือโจทย์ "การสร้างระบบนิเวศของสุขภาวะทางใจ” ซึ่งประกอบด้วย คน ชุมชน องค์กร เครือข่าย ระบบ และนโยบาย

จากการพัฒนา “แกนนำ” สู่การพัฒนา “เจ้าของระบบ”

บทเรียนจากลำพูน ลำปาง สกลนคร เชียงราย และศูนย์สุขภาพจิตที่ 10 สะท้อนตรงกันว่า การเปลี่ยนแปลงจะยั่งยืน เมื่อผู้บริหารและองค์กรรู้สึกว่า งานนี้เป็น "งานของเรา" ดังนั้น การเริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์ “ใครคือเจ้าของระบบ” จึงสำคัญมาก และต้องทำให้เป็น เจ้าของร่วม ของการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่ต้น การทำ System Mapping ก่อนเริ่มพื้นที่ใหม่ เพื่อร่วมกันตอบคำถามว่า ใครคือผู้ตัดสินใจ ใครมีทรัพยากร ใครสามารถทำให้งานนี้กลายเป็นนโยบาย ใครจะคนขับเคลื่อนหลักของพื้นที่

จากการสร้าง “พื้นที่ต้นแบบ” สู่การสร้าง “ชุมชนของนักปฏิบัติ” (Community of Practice) และ “พื้นที่เรียนรู้” (Learning Platform)

เวทีแลกเปลี่ยนที่ผ่านมาของโครงการเริ่มเห็นการเรียนรู้ข้ามพื้นที่ ซึ่งการสร้าง “ชุมชนของนักปฏิบัติ” (Community of Practice) จะเป็นพื้นที่การเรียนรู้จากประสบการณ์และบทเรียนความสำเร็จของแต่ละแห่ง ซึ่งจะช่วยเติมเต็มและเกิดชุมชนที่ถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะให้กันและกัน และจัดให้เกิด “พื้นที่เรียนรู้” (Learning Platform) ขึ้นอย่างต่อเนื่อง

P2H ควรมีบทบาทเป็น "ผู้ออกแบบและดูแลระบบการเรียนรู้ของเครือข่าย” ที่ชัดเจนขึ้น โดยสนับสนุนให้เกิด

การเรียนรู้ข้ามพื้นที่ โดยหนุนให้พื้นที่ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเป็นแหล่งเรียนรู้ของพื้นที่อื่น

การพัฒนาพี่เลี้ยงจากแกนนำรุ่นแรกให้เป็นพี่เลี้ยงของพื้นที่ใหม่ ลดการพึ่งพาทีมส่วนกลาง

การจัดการองค์ความรู้โดยรวบรวมกรณีศึกษา เครื่องมือ และนวัตกรรมจากพื้นที่ต่าง ๆ ให้ส่งต่อใช้งานกันได้

ติดตามการเปลี่ยนแปลงร่วมกัน เรียนรู้ร่วมกันจากความสำเร็จและความล้มเหลว

จากการพัฒนา "เครื่องมือจัดกิจกรรม" สู่ การพัฒนา "เครื่องมือสร้างระบบ"

การยกระดับ “กิจกรรม" ที่เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ทำให้ผู้คนเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำงาน ให้เป็น กิจกรรมที่จะช่วยสร้างกลไกให้ระบบขับเคลื่อนไปได้ เช่น คณะทำงานร่วมที่มีแนวคิดไปในทิศทางเดียวกัน เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่มีวาระประจำ ระบบพี่เลี้ยงเพื่อช่วยโคชและสะท้อนการเรียนรู้ การพัฒนาแผนงานขององค์กร เป็นต้น เพื่อให้เกิดกลไกขับเคลื่อนต่อได้จริงในชุมชน

จากการพัฒนา ทุนมนุษย์ (Human Capital) สู่ ทุนเชิงนโยบาย (Policy Capital)

การสร้างทุนเชิงนโยบาย ไม่ได้หมายถึงการผลักดันนโยบายระดับชาติเท่านั้น แต่หมายถึงการทำให้แนวคิด “สุขเป็น” ถูกแปลงเป็น "กติกา" หรือ “วัฒนธรรม” ขององค์กรและระบบในทุกระดับ เช่น

บรรจุไว้ในแผนพัฒนาสุขภาพระดับจังหวัด

เชื่อมกับแผนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อยู่ในเทศบัญญัติ

บรรจุในแผนบริการของโรงพยาบาล

บูรณาการในหลักสูตรของสถาบันการศึกษา

พัฒนาเป็นแนวปฏิบัติ (Guideline) ของหน่วยงาน

การเปลี่ยนวิธีบอกความสำเร็จ

ในระยะที่ผ่านมา ตัวชี้วัดความสำเร็จมุ่งเน้นผลลัพธ์ในระดับบุคคล เช่น จำนวนผู้เข้าร่วม จำนวนแกนนำ หรือการเปลี่ยนแปลงด้านความรู้และทักษะ ซึ่งยังคงมีความสำคัญ แต่ไม่เพียงพอสำหรับการติดตามการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ การพัฒนาตัวชี้วัด และการเก็บบันทึกหลักฐานที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลง จะช่วยกำกับทิศทางการทำงานที่ชัดเจน และทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงในเชิง "ระบบ" มากขึ้น เช่น

ในระดับของบุคคล แกนนำเพิ่มขึ้นหรือไม่ แกนนำเป็นตัวแทนจากภาคีเครือข่ายใดในชุมชน คนเปลี่ยน วิธีคิดอย่างไร การเปลี่ยนส่งผลต่อวิถีชีวิตตนเองและคนรอบข้างอย่างไร แกนนำนำไปขยายผลอย่างไร

ในระดับชุมชน/สังคม เกิดเครือข่ายใหม่หรือไม่ ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานดีขึ้นหรือไม่ ความ ไว้วางใจระหว่างคนในครอบครัว/ชุมชนปลี่ยนไปอย่างไร เกิดความร่วมมือในการทำงานชุมชนอย่างไร เกิดพื้นที่ปลอดภัยในชุมชนหรือไม่

ในระดบหน่วยงาน/สถาบัน องค์กรปรับวิธีทำงานหรือไม่ มีการบรรจุไว้ในแผนงานหรือไม่ การ เปลี่ยนวิธีทำงานขององค์กร ความสัมพันธ์ของคนในองค์กรเปลี่ยนไปอย่างไร การปรับเปลี่ยนของ กลไกการปฏิบัติงาน สิ่งที่สะท้อนในแผนงาน งบประมาณ

ด้านระดับนโยบาย มีนโยบาย มาตรการ หรือการจัดสรรทรัพยากรรองรับ หรือไม่ อย่างไร

การเดินทางของสุขเป็นในช่วงที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า การสร้างการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากการเชื่อมั่นในศักยภาพของผู้คน การลงทุนกับการเรียนรู้ และการสร้างพื้นที่ให้ผู้คนได้เติบโต

แต่บทเรียนจากทั้ง 15 พื้นที่ก็บอกเราเช่นกันว่า การเปลี่ยนแปลงจะยั่งยืนได้ ก็ต่อเมื่อศักยภาพของผู้คนได้รับการรองรับด้วยความสัมพันธ์ที่เข้มแข็ง องค์กรที่พร้อมเรียนรู้ และระบบนโยบายที่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลง

ดังนั้น ยุทธศาสตร์ของสุขเป็นในระยะต่อไปจึงไม่ใช่การละทิ้งสิ่งที่ทำมา หากเป็นการ ต่อยอดจากฐานทุนมนุษย์ที่สร้างไว้ ไปสู่การสร้างทุนทางสังคม ทุนสถาบัน และทุนนโยบาย